โครงการสื่อเพื่อประชาธิปไตยของมูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ มีเป้าหมายในการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงวิทยุชุมชนและอินเทอร์เน็ต โครงการนี้มุ่งหวังที่จะสนับสนุนกระบวนการทางกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานด้านสื่อเพื่อมุ่งแก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติและส่งเสริมประชาธิปไตยระหว่างเพศ โดยเน้นการส่งเสริมการดำเนินนโยบายสื่อสาธารณะและการประสานความร่วมมือระหว่างเครือข่ายวิทยุชุมชนและเครือข่ายผู้ใช้อินเทอร์เน็ตให้เกิดความเชื่อมต่อด้านการทำงานระหว่างกันมากขึ้น ลักษณะกิจกรรมของโครงการจึงประกอบด้วย โครงการศึกษาวิจัย, การอบรมเชิงปฏิบัติการ, เวทีสาธารณะและโครงการการแลกเปลี่ยนร่วมกับองค์กรระดับนานาชาติ โดยมีความร่วมมือกับ กลุ่มรณรงค์ด้านเสรีภาพสื่อ นักวิชาการทางด้านกฎหมาย และนักวิชาการทางด้านสื่อสารมวลชนในการศึกษาและติดตามนโยบายและกฎหมายด้านการสื่อสารมวลชนที่เกี่ยวข้องและส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอันจะนำไปสู่สังคมแห่งประชาธิปไตย
สื่อกระแสหลัก สื่อสาธารณะและปรากฏการณ์สื่อทางเลือกได้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในสังคมไทยและมีบทบาทในการขยายระนาบของการสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ ในลักษณะแนวราบและเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยเฉพาะวิทยุชุมชนและอินเทอร์เน็ต ได้เป็นพื้นที่สำคัญด้านการสื่อสารที่รวมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง
ปัจจุบันการดำเนินงานของวิทยุชุมชนในประเทศไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขอรับใบอนุญาตเพื่อรับรองสถานภาพของวิทยุชุมชน ขณะนี้ ประเทศไทยยังไม่มีองค์กรอิสระซึ่งมีหน้าที่ดูแลและจัดสรรการใช้คลื่นของประเทศตามที่ระบุในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ขณะนี้ สถานีวิทยุชุมชนในประเทศไทยจึงอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทช.) โดยเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ออกใบอนุญาตชั่วคราวตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.๒๕๕๑ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแจ้งว่ามกว่า ๖,๐๐๐ สถานีวิทยุชุมชนได้ยื่นขอรับใบอนุญาตชั่วคราว แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีสถานีวิทยุชุมชนที่ได้รับใบอนุญาต
ในพื้นที่ของโลกไซเบอร์ในประเทศไทย อินเทอร์เน็ตอยู่ภายใต้การควบคุมของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยกฎหมายนี้ก่อให้เกิดข้อถกถียงอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในประเด็นของสิทธิเสรีภาพในโลกอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตหลายรายถูกจับกุมและมีเว็บไซต์จำนวนมากถูกปิดภายใต้การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้

